ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

>>HOT NEWS

สหวิชา ดอท คอม
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Home
บทความน่ารู้

The latest news from the Joomla! Team



สัตว์ที่ควรเชือดในช่วงอีดดิ้ลอัฏฮา PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 03 พฤศจิกายน 2011 เวลา 17:14 น.


สัตว์ที่ควรเชือดในช่วงอีดดิ้ลอัฏฮา

 


อัลฮัดย์ คือ ปศุสัตว์ที่ถูกมอบพลีให้แก่เขตหะร็อม มักกะฮฺ โดยหวังในผลบุญแห่งอัลลอฮฺตะอาลา รวมไปถึงปศุสัตว์ที่เป็นค่าชดเชยอันเนื่องจากการประกอบพิธีหัจญ์แบบตะมัตตุอฺ หรือกิรอน หรือมีอุปสรรคกีดกัน

อัลอุฎหิยะฮฺ คือ อูฐ วัว หรือแพะ ที่เชือดในช่วงอีดอัฎหา เพื่อหวังในผลบุญแห่งอัลลอฮฺตะอาลา

หุก่มอุฏหิยะฮฺ : เป็นสุนัตมุอักกะดะฮฺ (ส่งเสริมอย่างยิ่ง) สำหรับมุสลิมทุกคนที่มีความสามารถ

อัลลอฮฺตะอาลาตรัสว่า

“ดังนั้นจงละหมาดเพื่อพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า แล้วจงเชือดสัตว์พลี”

(อัลเกาษัร : 2)

เวลาการเชือดอุฎหิยะฮฺ : ตั้งแต่หลังละหมาดอีดอัฎหา จนถึงวันตัชรีกวันสุดท้าย (วันอีด และสามวันหลังจากนั้น)

ส่งเสริมให้รับประทานส่วนหนึ่งจากเนื้ออุฎหิยะฮฺ มอบฮะดิยะฮฺให้ผู้อื่นส่วนหนึ่ง และบริจาคเป็นกุศลทานแก่ผู้ยากไร้อีกส่วนหนึ่ง การเชือดอุฎหิยะฮฺนั้นเป็นผลบุญมหาศาล เพราะเป็นการเข้าหาอัลลอฮฺตะอาลาด้วยการงานที่ดี ทำให้สมาชิกในครอบครัวมีความสุข เป็นประโยชน์ต่อผู้ยากไร้ และเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน

เงื่อนไขของอัลฮัดย์ อุฎหิยะฮฺ

1 - ปศุสัตว์ที่อนุญาตให้ใช้เชือดอัลฮัดย์ อุฎหิยะฮฺ และอะกีเกาะฮฺ คือ อูฐที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป วัวที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป แกะที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และแพะที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป เมื่อมีการเจาะจงสัตว์ตัวที่จะเชือดอุฎหิยะฮฺแล้ว ไม่อนุญาตให้ขาย หรือมอบมันให้ผู้อื่น นอกเสียจากว่าจะเป็นการเปลี่ยนเอาตัวที่ดีกว่าเดิม

2 - ในการเชือดอุฎหิยะฮฺ อะกีเกาะฮฺ หรืออัลฮัดย์ จำเป็นต้องใช้ปศุสัตว์ประเภทสัตว์สี่เท้าจำพวกอูฐ วัว แกะ หรือแพะเท่านั้น และต้องมีอายุตามที่มีบัญญัติกำหนดไว้ และต้องไม่มีตำหนิ ที่ดีที่สุดคือตัวที่อ้วนที่สุด มีราคามากที่สุด และมีค่าต่อเจ้าของมากที่สุด

3 - แพะนั้นสำหรับหนึ่งคน อูฐสำหรับ 7 คน ส่วนวัวก็สำหรับ 7 คน โดยสามารถเชือดแพะ หรือ อูฐ หรือ วัว สำหรับตัวเองและสำหรับคนอื่นๆ ในครอบครัว ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วก็ได้ และส่งเสริมให้ผู้ทำหัจญ์ที่มีฐานะเชือดสัตว์ฮัดย์ให้มาก ส่วนอุฎหิยะฮฺนั้น ตามสุนนะฮฺแล้วให้เชือดตัวเดียวสำหรับสมาชิกในครอบครัวก็เพียงพอแล้ว

4 - ส่งเสริมให้เชือดอุฎหิยะฮฺสำหรับผู้ที่มีชีวิตอยู่ และอนุญาตให้เชือดสำหรับผู้ที่ตายไปแล้วได้ แต่ต้องเป็นการเชือดร่วมกับส่วนของผู้อื่น มิใช่การเชือดสำหรับผู้ตายเป็นการเฉพาะ เว้นแต่ผู้ตายจะได้สั่งเสียไว้เช่นนั้น


สิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเชือดอุฎหิยะฮฺ

ห้ามให้ผู้ที่ต้องการเชือดอุฎหิยะฮฺตัดหรือโกนขนตามร่างกาย หรือตัดเล็บ เมื่อเข้าสู่สิบวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮฺ หากเขาได้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากข้อห้ามเหล่านั้นไป ก็ให้อิสติฆฟารฺขออภัยโทษ และไม่มีฟิดยะฮฺชดเชยแต่อย่างใด

ท่านอุมมุสะละมะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«إذَا دَخَلَتِ العَشْرُ وَأَرَادَ أَحَدُكُمْ أَنْ يُضَحِّيَ، فَلا يَـمَسَّ مِنْ شَعْرِهِ وَبَشَرِهِ شَيْئاً»

“เมื่อเริ่มเข้าสู่สิบวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮฺ และคนหนึ่งคนใดในหมู่ท่านประสงค์จะเชือดอุฎหิยะฮฺ

เขาก็อย่าได้ตัดส่วนหนึ่งส่วนใดจากเส้นผมหรือขนตามร่างกายของเขา”

(บันทึกโดยมุสลิม 1977)

- ผู้ใดเชือดอุฎหิยะฮฺสำหรับตัวเขาเองและสมาชิกในครอบครัวของเขา ส่งเสริมให้เขากล่าวขณะทำการเชือดว่า

باسم الله، والله أكبر، اللهم تقبل مني، اللهم هذا عني وعن أهل بيتي

บิสมิลลาฮฺ, วัลลอฮุอักบัรฺ, อัลลอฮุมมะ ตะก็อบบัล มินนี, อัลลอฮุมมะ ฮาซา อันนี วะอัน อะฮฺลิ บัยตี

“ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺคือผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุด

โอ้อัลลอฮฺขอพระองค์ทรงตอบรับจากฉันด้วยเถิด

โอ้อัลลอฮฺ นี่คือการเชือดสำหรับฉัน และสมาชิกในครอบครัวของฉัน”


วิธีการเชือดแบบนะหัรฺและแบบซับหฺ

การเชือดอูฐ มีสุนนะฮฺให้เชือดแบบนะหัรฺขณะที่อูฐกำลังยืนอยู่ ในสภาพที่มือข้างซ้ายของอูฐถูกมัดไว้ ส่วนปศุสัตว์ประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นวัว หรือแพะให้เชือดแบบซับหฺ และอนุญาตให้ทำกลับกัน ซึ่งการเชือดอูฐแบบนะหัรฺนั้น ให้ทำตรงช่วงล่างสุดของคอก่อนถึงหน้าอก ส่วนการเชือดแบบซับหสำหรับวัวหรือแพะนั้น ให้เชือดส่วนบนสุดของคอที่ติดกับส่วนหัว โดยให้มันนอนลงทางด้านซ้าย แล้วให้วางขาขวาบนคอของมัน แล้วจับหัวของมัน และทำการเชือด โดยกล่าวขณะทำการเชือดว่า บิสมิลลาฮฺ วัลลอฮุอักบัร (ด้วยพระนามอัลลอฮฺ และพระองค์คือผู้ทรงยิ่งใหญ่เกรียงไกรยิ่ง)

ท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า

“ท่านนบี เชือดอุฎหิยะฮฺด้วยแกะสองตัวที่อ้วนท้วม และมีเขา โดยท่านเชือดมันด้วยมือของท่านเอง

ท่านกล่าวบิสมิลลาฮฺและอัลลอฮุอักบัร และวางขาของท่านบนคอของมันทั้งสอง”

(มุตตะฟะกุนอะลัยฮฺ บุคอรี 5565 และมุสลิม 1966)

- สุนัตให้ทำการเชือดฮัดย์และอุฎหิยะฮฺด้วยตัวเอง หากไม่สามารถเชือดด้วยตัวเองได้ก็ให้อยู่ร่วมขณะเชือด และห้ามมอบส่วนใดส่วนหนึ่งจากสัตว์ที่เชือดนั้นเป็นค่าจ้างแก่ผู้ชำแหละเนื้อ และขณะเชือดให้ระบุว่าเป็นของผู้ใด หรือเชือดให้แก่ผู้ใด สัตว์ที่เชือดจะถือว่าหะลาลก็ต่อเมื่อได้ตัดหลอดลม หลอดอาหาร และหลอดเลือดใหญ่สองเส้นหรือเส้นเดียว และให้เลือดไหลออกมา


ลักษณะของปศุสัตว์ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในการเชือดอุฎหิยะฮฺ

ท่านอัลบัรรออ์ บิน อาซิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านได้ยินท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«أَرْبَـعَةٌ لا يَـجْزِينَ فِي الأَضَاحِي، العَورَاءُ البَيِّنُ عَوَرُهَا، وَالمَرِيضَةُ البَيِّنُ مَـرَضُها، وَالعَرْجَاءُ البَيِّنُ ظَلْعُهَا، وَالكَسِيرَةُ الَّتِي لاتُنْقِي»

“สัตว์สี่ประเภทที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในการเชือดอุฎหิยะฮฺ คือ

สัตว์ที่ตาบอดอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ที่ป่วยอย่างเห็นได้ชัด

สัตว์ที่ขาพิการอย่างเห็นได้ชัด และสัตว์ที่ผอมแห้งจนไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้”

(บันทึกโดยอบูดาวูด 2802 และอันนะสาอีย์ 4370)

 

- เมื่อมุสลิมเชือดฮัดย์หรืออุฎหิยะฮฺ หรือการเชือดประเภทอื่นๆ ในทำนองเดียวกันที่เป็นการเชือดเพื่อแสวงหาผลบุญ โดยที่เขาไม่รู้ว่าสัตว์ที่จะเชือดนั้นเจ็บป่วยเว้นแต่ภายหลังการเชือดเสร็จสิ้นลงแล้ว เช่นนี้ถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะไม่ตรงตามเป้าหมายของการเชือด

- สัตว์ที่ไม่มีหาง หรือหางขาดบางส่วน อูฐไม่มีโหนก สัตว์ตาบอด หรือขาขาด ทั้งหมดนี้ล้วนไม่อนุญาตให้ใช้ในการเชือดฮัดย์ อุฎหิยะฮฺ และการเชือดอื่นๆในทำนองเดียวกัน ที่เป็นการเชือดเพื่อหวังในผลบุญ

 


มุหัมมัด บิน อิบรอฮีม อัตตุวัยญิรีย์

แปลโดย : อัสรัน นิยมเดชา / Islam House

 
แซนด์วิชไก่หยอง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 02 พฤศจิกายน 2011 เวลา 15:52 น.

แซนด์วิชไก่หยองตรากุหลาบเบเกอรี่ติดตราฮาลาล ผสมหมูวางขายเกลื่อนเมืองในสามจังหวัดใต้

งามหน้าอีกแล้ว เมื่อสินค้าแซนวิชไก่หยอง ตรากุหลาบ เบเกอรี่ ปนเปื้นหมู วางขายใน ซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อดัง ทั่วจังหวัดชายแดนใต้

จากกรณีที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬฯ ได้ตรวจพบสารพันธุกรรมของสุกรในตัวอย่างแซนวิชไก่หยอง ตรา กุหลาบ เบเกอรี่ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ทั้งนี้องค์กรแนวร่วมภาคประชาสังคม ได้พูดคุยกับเจ้าของกิจการ ดังได้ข้อสรุปดังนี้
1.    สินค้าดังกล่าวนี้ เจ้าของเดิม ได้ให้ญาติที่ไม่ใช้มุสลิมเป็นผู้ดำเนินกิจการ ภายใต้เครื่องหมายเดียวกัน
2.    ขนมปังแซนวิชไก่นั้น ไม่ได้มีการแก้ไขฉลากให้ถูกต้องตามส่วนผสมปัจจุบันที่ออกวางจำหน่าย
3.    มีการใช้ซองเดิม กับสินค้าตัวใหม่
และรายละเอียดสำคัญดังเอกสารแนบ ของสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา คลิก http://www.muslimthaipost.com/main/content.php?page=sub&category=76&id=9228

แซนวิชไก่หยอง ตรากุหลาย เบเกอรี่ ปนเปื้นหมู

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 02 พฤศจิกายน 2011 เวลา 16:16 น.
 
ประกาศจุฬาราชมนตรี กำหนดวันอีฏิ้ลอัดฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1432 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 02 พฤศจิกายน 2011 เวลา 15:45 น.

ประกาศจุฬาราชมนตรี กำหนดวันอีฏิ้ลอัดฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1432

ตามที่ ข้าพเจ้า นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนซุ้ลฮิจยะห์ ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1432 ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลาหลังอาทิตย์ลับขอบฟ้านั้น ปรากฏว่า ในวันและเวลาดังกล่าว มีผู้เห็นดวงจันทร์

จึงประกาศวันที่ 1 ของเดือนซุ้ลฮิจยะห์ ประจำฮิจเราะห์ศักราช 1432 ตรงกับวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2554 และวันอีฏิ้ลอัดฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1432 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2554  จึงขอประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศได้ประกอบศาสนกิจในวันดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกันรายละเอียด http://www.muslimthaipost.com/main/content.php?page=sub&category=80&id=9300

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 02 พฤศจิกายน 2011 เวลา 16:20 น.
 
วัตถุประสงค์ของรอมฎอน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 03 สิงหาคม 2011 เวลา 04:18 น.

วัตถุประสงค์ของเดือนรอมฎอน

1) เพื่อเพิ่มความยำเกรงพระเจ้าให้มากขึ้น

2) เพื่อต้องการให้เราทำทานมากขึ้น

3) เพื่อฝึกฝนตนเองไว้ให้พร้อมสำหรับการญิฮาด (เสียสละ)ตลอดชีวิต

4) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคัมภีร์กุรอานให้มากยิ่งขึ้น

อิสลามได้กำหนดกฎเกณฑ์ในการถือศีลอด (อะห์กาม เศามฺ รอมาดอน ) ดังต่อไปนี้

1. อัลเลาะห์ ได้ลงฟัรดูในผู้ที่ถือศีลอด จากการยับยั้งอารมณ์จากการกิน การดื่ม การร่วมเพศ สำหรับมุสลิมที่บรรลุนิติภาวะในเดือนรอมาฎอนของทุกๆปี จากช่วงเวลาตั้งแต่แสงอรุณขึ้นจนกระทั่งดวงอาทิตย์ตก พร้อมกับการเหนียต และเป็นผู้ที่ปราศจาก เฮด และ นิฟาส

2. อนุมัติ ให้ผู้ป่วย หญิงมีครรภ์ หญิงที่ให้นมลูกและผู้เดินทาง ทำการละศีลอด จนกระทั่งกลับมาถือศีลอดในสิ่งที่เขาละทิ้งไป หลังจากการหายป่วยของผู้ป่วย

3. ผู้ที่ป่วยที่ไม่มีความหวังที่จะหาย โดยคำวินิจฉัยของแพทย์ ก็ให้ทดแทนการถือศีลอดด้วยการเสียฟิตยะห์ คือการให้อาหารแก่คนยากจนทุกๆวัน

4. การฉีดยาซึ่งที่จะถูกเข้าไปยังใต้ผิวหนัง

5. การกินการดื่ม ไม่เสียการถือศีลอดในขณะที่ลืม

6. การละศีลอดโดยเจตนา จำเป็นจะต้องถือศีลอดชดใช้

7. ผู้ที่ทำการร่วมประเวณีในตอนกลางวันในขณะถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน จำเป็นต้องชดใช้ ด้วยการจ่าย (กัฟฟาเราะห์) คือการปล่อยทาส ถ้าหากไม่มีความสามารถ ก็ให้ถือศีลอดสองเดือนติดต่อกัน หรือ ให้อาหารแก่คนยากจน 60 คน

8. ผู้ ที่ทำการร่วมเพศในตอนกลางคืน และตื่นมาในสภาพที่มียุนุบ หลังจากเข้าเวลาซุบฮิ การถือศีลอดนั้นถือว่าใช้ได้ และจำเป็นที่จะต้องอาบน้ำ

9. ผู้ที่นอนฝันในตอนกลางวัน จะไม่เสียการถือศีลอด แต่จำเป็นต้องอาบน้ำ

10. การชดใช้การถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน อนุญาตให้ชดใช้ในปีเดียวกัน หรือ ล่าช้าไปในปีถัดไป อัน ที่จริงท่านนาบีมุฮำหมัด ศ็อลฯ ให้ความสำคัญกับเดือนอันประเสริฐนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเดือนอื่นๆ ซึ่งมีฮาดิษมากมายที่ถูกกล่าวถึงเดือนรอมาฎอน นอกจากนี้อัลเลาะห์ (ซ.บ.) ได้ทรงให้เกียรติกับประชาชาติของ มุฮำหมัดกับเดือนรอมาฎอนมากกว่าการให้เกียรติกับประชาชาติของนบีองค์อื่นๆ

มีรายงานจากท่านบัยฮากี ว่า ท่านนาบีมุฮำหมัด ศ็อลฯ ได้กล่าวว่า อัลเลาะห์ได้ทรงประทานให้กับประชาชาติของฉันในเดือนรอมาฎอน 5 ประการ ซึ่งไม่เคยถูกประทานให้กับนาบีอื่นนอกจากฉัน (มุฮำหมัด ซ็อลฯ)

1. เมื่อผู้ถือศีลอดทำการถือศีลอดในคืนแรกจากเดือนรอมาฎอน อัลเลาะห์นั้นจะมองดูพวกเขา และพระองค์จะไม่ลงโทษพวกเขาตลอดไป

2. กลิ่นปากของผู้ถือศีลอด ณ ที่อัลเลาะห์นั้นหอมยิ่งกว่ากลิ่นชมดเชียง

3. บรรดามะลาอิกะห์ จะกล่าวขออภัยโทษให้กับเขาในทุกๆวันและทุกๆคืน

4. แท้จริงอัลเลาะห์ (ซ.บ.) จะ ทรงประทานสวนสวรรค์ให้กับพวกเขา ดังนั้นพวกเขากล่าวว่า ฉันจะเตรียมความพร้อม และประดับประดาตัวฉัน ด้วยกับการทำอิบาดะห์ที่เป็นสุนัตในยามค่ำคืน

5. อัลเลาะห์ (ซ.บ.) จะทรงอภัยโทษให้กับพวกเขาทั้งหมดในช่วงท้ายของค่ำคืน

มีชายคนหนึ่งได้กล่าวว่า นี่หรือคือ ลัยละตุลกอดรฺ นาบีกล่าวว่า ไม่ใช่ ท่านไม่ได้มองไปยังคนงานหรอกหรือ  เมื่อพวกเขาเสร็จสิ้นจากการทำงาน พวกเขาก็ย่อมได้รับค่าตอบแทน

จาก คำกล่าวของชายคนนั้นที่ถามท่านนบีว่า นี่หรือ คือ ลัยละตุลกอดรฺ นบีกล่าวว่า ไม่ใช่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเดือนรอมาฎอน และการแสวงหา หรือขวนขวาย ในการกระทำอิบาดะห์ในเดือนรอมฎอนนั้นสำคัญยิ่ง แน่นอนผู้ที่ทำอิบาดะห์ในเดือนรอมาฎอน ก็เหมือนกับคนงาน เมื่อเขาทำงาน เขาก็ต้องได้รับค่าตอบแทนจากนายจ้าง ฉันใดก็ฉันนั้น มุสลิมที่ศรัทธามั่นในเอกองค์อัลเลาะห์ (ซ.บ.)และทำอิบาดะห์ ก็จะได้รับการตอบแทนจากอัลเลาะห์ (ซ.บ.) ทั้งในดุนยา และอาคิเราะห์ อินชาอัลเลาะห์

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ท่านเคยได้ยินกับคำกล่าวของคนต่างศาสนิกหรือไม่ว่า  การที่มุสลิมทำการถือศึลอดนั้นเป็นการทำร้ายตัวเอง และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

จาก สิ่งดังกล่าวนี้ ท่านนบีมุฮำหมัด ได้กล่าวไว้ว่า ท่านจงทำสงครามแล้วท่านจะได้รับทรัพย์จากเชลยศึก และท่านจงถือศีลอดแล้วท่านจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และท่านจงเดินทางแล้วท่านจะได้รับความมั่งคั่ง

จาก ข้อความดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าการถือศีลอดนั้นไม่ได้ทำให้สมรรถภาพนั้นลดหย่อนลง และมิได้ทำให้สุขภาพนั้นอ่อนแอ แต่การถือศีลอดจะทำให้มีความแข็งแกร่งขึ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ  ฉtนั้นประโยชน์ของการถือศีลอดนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้น ปราศจากความหยิ่งยโส โอ้อวด  และ มีประโยชน์ทางด้านร่างกายเช่น เป็นการป้องกันโรคติดต่อ โรคระบาดที่จะแพร่กระจายสู่ร่างกาย เป็นการป้องกันและรักษาร่างกายจากโรค ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และยับยั้งการอักเสบหรือกำเริบจากโรคต่างๆ และทำให้ลำใส้สะอาดปราศจากอาหารที่เป็นพิษ และแก๊สในลำใส้ และเป็นการลดไขมันส่วนเกินของร่างกาย ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจ

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 03 สิงหาคม 2011 เวลา 04:28 น.
 
ผลบุญตารอแวะ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 03 สิงหาคม 2011 เวลา 03:47 น.

ผลบุญที่ได้รับแต่ละคืนของละหมาดตารอแวะ

ไซดีนาอาลี บิน อาบีตอเล็บ รอฎียัลลอฮุอันฮุ ว่าบีศอฮาบัตได้ถามท่านนบีมูฮำหมัด (ซล.) ว่าผลบุญที่ได้จากการละหมาดตารอแวะนั้นมีอะไรบ้าง ท่านนบีฯ ได้ตอบว่าผู้ละหมาดตารอแวะนั้นอัลเลาะห์ทรงให้ผลบุญอย่างใหญ่หลวงมหาศาล แต่ละผลบุญในแต่ละคืนจะแตกต่างกันดังนี้ิ

คืนที่ 1 บาปจะออกจากคนมุมีนเสมือนเขาเพิ่งคลอดออกมา คือบาปทุกอย่างจะได้รับการอภัย

คืนที่ 2  อัลเลาะห์(ซบ.) ทรงยกบาปผู้ที่ละหมาดตารอแวะ พร้อมบิดา มารดาหากเขาเป็นคนมุมีน

คืนที 3 บรรดามาลาอีกัตใต้อารัช ขอพรต่อเนื่องในการละหมาดตารอแวะเพื่ออัลเลาะห์ยกโทษให้

คืนที่ 4 เขาได้ผลบุญเท่ากับคนที่อ่านกีตับเตาร๊อต อินญิล ซาบูร และอัลกรุอ่าน

คืนที่ 5  อัลเลาะห์ทรงให้บุญเท่ากับคนที่ละหมาดในมัสยิดอัลฮารอม มัสยิดนาบาวี มาดีนะห์ และมัสยิดอัลอักศอร์

คืนที่ 6 อัลเลาะห์ทรงให้เขาได้รับผลบุญของมาลาอีกัตที่เตาวาฟที่บัยตุลมะมุร 7000 มาลีอีกัต

คี่นที่ 7 เสมือนกับเขาได้พบท่านนบีมูซาอาลัยฮิสลาม ที่ทรงรบกับฟิรอูนและฮามาน

คืนที่ 8 ทรงให้ผลบุญเหมือนกับท่านได้ทรงให้กับท่านนบีอิบรอฮิม

คืนที่ 9 กราบอัลเลาะห์เหมือนท่านนบี ได้ทรงกราบอัลเลาะห์ (ผลบุญทวีคูณ)

คืนที่ 10 เขาจะได้รับความดีทั้งโลกนี้และโลกหน้า

คืนที่ 11 เขาตายไปจากโลกนี้ด้วยความบริสุทธิ์ เหมือนเพิ่งคลอดใหม่

คืนที 12 ในวันกียามัตเขาจะมีประกายสว่างไสวที่ใบหน้า

คืนที่ 13 ในวันกียามัตเขามาด้วยอีหม่านปราศจากบาปทั้งปวง

คืนที่ 14 มาลาอีกัตจะมาดูเขาละหมาดและอัลเลาะห์จะไม่ให้เขาหลังทางในวันกียามัต

คืนที่ 15 มาลากีอัตทุก ๆ องค์ จะขอพรให้อัลเลาะห์ยกโทษให้เขา

คืนที่ 16 อัลเลาะห์จะทรงเขียนชื่อเขาเป็นผู้พ้นจากนรก และได้เข้าสวรรค์

คืนที่ 17 อัลเลาะห์ทรงให้ผลบุญเท่ากับผลบุญของท่านนบี

คืนทีี่ 18 อัลเลาะห์ทรงให้อภัย เขา และพ่อแม่ของเขาทั้งที่มีชีวิตอยู่และตายไปแล้ว

คืนทีี่ 19 พระองค์ทรงยกให้เจ้ามีชั้นสูงในสวรรค์ขั้นฟิรดาวส์

คืนที่ 20 ได้ผลบุญเท่ากับคนตายซาฮีดและซอลีฮีน

คืนที่ 21 ทรงสร้างวิมานในสวรรค์ด้วยนูร

คืนที่ี 22 ในวันอาคีรัต เขาจะไม่วุ่นวายในทุ่งมะห์ซัร (ประดังมะห์ชัร)

คืนที่ 23 ทรงสร้างเมืองในสวรรค์ให้กับเขา

คืนที่ื 24 ทรงให้ดุอาร์ 24 ดุอาร์ที่สำคัญที่สุดในเวลาซูยุด

คืนที่ 25 ทรงให้พ้นจากความทุกข์ทรมานในกุโบร์

คืนที่ 26 ทรงให้ผลบุญอีบาดัต 40 ปี

คืนที่ 27 ทรงให้เขาข้ามซีรอตุลมุสตากีมอย่างรวดเร็ว

คืนที่ 28 ทรงให้ดารอญัติ 1000 ดารอญัติในวันอาคีรัต

คืนที่ 29 ทรงให้ผลบุญเท่ากับผู้ที่ทำฮัจญีที่สมบูรณ์ 1000 ครั้ง

คืนที่ 30 โอ้บ่าวของพระองค์ "จงกินผลไม้ที่เจ้ากินในสวรรค์ และจงดื่มน้ำในสวรรค์"

 
« เริ่มแรกย้อนกลับ1234567ถัดไปสุดท้าย »

หน้า 4 จาก 7


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: mambo hosting .net domain and hosting Valid XHTML and CSS.